ฐานเศรษฐกิจ / 7 September 2016

สบช่องร้านอาหารญี่ปุ่นบูม'จูลายทูไฟว์'ส่งร้าน'โบเตย่า'ชิงตลาดอีก 15 สาขา (ศรีภูมิ ใย) - (มีภาพ) คลิกดูคลิป >>   
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559 
 
          จูลายทูไฟว์ฯ สบช่องธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเมืองไทยบูม คว้าสิทธิ์แบรนด์ยากิโซบะชื่อดัง ภายใต้ "โบเตย่า" เจาะตลาดเมืองไทย วางเป้า 10 ปี ขยาย 15 สาขา พร้อมเปิดแผนสยายปีกรูปแบบแฟรนไชส์รองรับการเติบโตทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
          นายศรีภูมิ  ใยเจริญ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท จูลายทูไฟว์ จำกัด ผู้ประกอบการเชนร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทยากิโซบะ ภายใต้แบรนด์ "โบเตย่า" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากที่บริษัทได้รับสิทธิ์หรือมาสเตอร์แฟรนส์ไชน์ในการทำตลาดและขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่น "โบเตย่า" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้สัญญา 10 ปี และเปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก รองมาคือกลุ่มครอบครัว และวัยรุ่นรวมถึงนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น
          ล่าสุดบริษัทได้เตรียมขยายสาขาที่ 2 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ในรูปแบบคีออส มีที่นั่งภายในร้าน 3-4 โต๊ะ ใช้งบประมาณลงทุน 3 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการในย่านดังกล่าว คาดจะเปิดบริการปลายปีนี้ ขณะที่แผนการดำเนินงานระยะยาวนับจากนี้คือ การวางเป้าหมายขยายสาขาให้ครบ 15 สาขาภายใน 10 ปี ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล แบ่งเป็นการลงทุนเอง 70% เน้นขยายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลและอีก 30% เป็นรูปแบบการขายแฟรนไชส์ ซึ่งจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ และภูเก็ต มีแผนขยายสาขาในช่วง 4 ปี นับจากนี้หรือปี 2563 โดยตั้งงบประมาณลงทุนเบื้องต้นสาขาละ 7-8 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 135 ตารางเมตร ซึ่งมองว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมในการบริหารจัดการ
          นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ในช่วง 3 ปี หรือภายในปี 2562 หลังจากแบรนด์มีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว โดยมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาขอซื้อแฟรนไชส์ แต่เบื้องต้นบริษัทต้องการขยายสาขาในรูปแบบลงทุนเอง เพื่อให้แบรนด์มีความแข็งแรงมากกว่านี้ก่อน ขณะที่แผนงานหลักในปีหน้าบริษัทเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 1 สาขาในช่วงกลางปีหน้า
          "ต้องยอมรับว่าปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความแตกต่างของแบรนด์ที่เป็นร้านประเภทยากิโซบะที่ยังไม่ค่อยมีการทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านประเภทซูชิ และชาบู มากกว่า ดังนั้นบริษัทจึงมองเห็นช่องว่างทางการเติบโตและโอกาสทางธุรกิจ โดยจุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายของเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูข้าวหมูย่างคารูบิ, โอโกะโซบะ และยากิโซบะ ที่ถือเป็นเมนูเด่นของทางร้าน ประกอบกับราคาอาหารที่ไม่แพงจนเกินไป หรือเริ่มต้นที่ 150-300 บาท เมื่อเทียบกับที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีราคาแพงกว่าเท่าตัว ทำให้มองว่าจะสามารถสร้างแบรนด์ในตลาดได้ตามเป้าหมายที่กำหนด"
          ขณะที่แนวทางการทำตลาดในประเทศไทยหลังจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์โบเตย่าให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจะอาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมร่วมสนุกผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อชิงรางวัลบัตรของขวัญ มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน นอกจากนี้ยังเตรียมนำเปิดตัวเมนูใหม่ ทาโกะ ยากิ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายในร้านในเดือนมกราคมปีหน้า
          อย่างไรก็ตามในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาหลังจากเปิดสาขาแรก พบว่ายอดขายมีการเติบโตขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 1.5 ล้านบาท ซึ่งมองว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวในปัจจุบัน