กรุงเทพธุรกิจ / 16 September 2016

'ร้านอาหารญี่ปุ่น'เร่งสยายปีกรายใหม่แห่ชิงดีมานด์ (โบเตย่า)
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559 
 
          เมธาวี ตันเรืองเวชจรูญ
          ร้านอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ชะลอตัว ทำให้บรรดาผู้ประกอบการ เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงโอกาสทางการตลาด นอกเหนือจากแบรนด์เก่า "ผู้เล่นใหม่" ดาหน้าเข้าตลาดไม่ขาดสาย
          ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอาหารภายใต้แบรนด์ โออิชิแกรนด์, โออิชิ บุฟเฟ่ต์, โออิชิ ราเมน, นิกุยะ, คาคาชิ และชาบูชิ กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าสูง 2.35 หมื่นล้านบาท เติบโต 10-15% ต่อปี โดยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% โดยกว่า 80% เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าต่างๆ มีมากถึง 2,346 ร้าน หรือเป็นอันดับ 2 ของตลาดร้านอาหารโดยรวม รองจากร้านอาหารไทย ส่วนอันดับ 3 เป็นร้านอาหารอิตาลี ที่มีจำนวน 2,027 ร้าน และอันดับ 4 เป็นร้านอาหารอเมริกัน มีจำนวน 1,754 ร้าน
          ทั้งนี้ แม้ตลาดมีโอกาสทางธุรกิจสูง แต่เมื่อมีผู้ประกอบการจำนวนมากกระตุ้นดีกรีการแข่งขันเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยพบว่าผู้ประกอบการต่างๆ หันมาทำโปรโมชั่น มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบลดราคา การสร้างเมนูสุดคุ้ม เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
          "ปีที่ผ่านมามีผู้เล่นในตลาดปิดกิจการหรือควบรวมกิจการกับรายใหญ่ โดยเฉพาะรายเล็กๆ ที่ไม่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีรายใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง เชื่อว่าปีหน้าจะมีเข้ามาอีกหลายราย หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี"
          สำหรับเครือโออิชิ นอกจากทำการตลาดเชิงรุกทั้ง 6 แบรนด์ ยังเน้นปรับปรุงเมนูอาหารต่างๆ ให้เหมาะกับพฤติกรรมของ ผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  ส่วนแผนการลงทุนช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเปิดร้านอาหารในเครือโออิชิเพิ่มอีก 5-8 สาขา เน้นแบรนด์ชาบูชิ ปัจจุบัน ร้านอาหารในเครือโออิชิ มีทั้งสิ้น 244 สาขา ได้แก่ โออิชิแกรนด์ 1 สาขา, โออิชิ บุฟเฟ่ต์ 18 สาขา, โออิชิ ราเมน 51 สาขา, นิกุยะ 19 สาขา, คาคาชิ 24 สาขา และชาบูชิ 124 สาขา รวมถึงร้านดิลิเวอรี่แอนด์แครี่ 5 สาขา โออิชิ สแน็ค และเครื่องดื่ม 2 สาขา
          พล ศรีแดง ผู้จัดการทั่วไป ร้านโยชิโนยะ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้มีแนวโน้มเติบโตที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งคริสต์มาส และปีใหม่ ทำให้เกิดการจับจ่ายโดยเฉพาะการใช้บริการร้านอาหารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
          ขณะที่การแข่งขันของตลาดในปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้น จะเห็นได้จากผู้ประกอบการทั้งหน้าเก่าและใหม่ หันมานำเข้าเชนร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเฉพาะทาง หรือร้านที่จำหน่ายเฉพาะเมนูราเมน ข้าวหน้าต่างๆ รวมถึงร้านกาแฟจากประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นว่า "อาหารญี่ปุ่น" ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่ม ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันโครงสร้างราคาอาหารญี่ปุ่นเริ่มปรับต่ำลง เมื่อเทียบช่วง 10-20 ปี ที่ผ่านมา ถือเป็นกลุ่มอาหารที่มีราคาสูง
          "ราคาที่ต่ำลงของร้านอาหารญี่ปุ่นทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ประกอบกับ อาหารญี่ปุ่นในปัจจุบันเป็นอาหารทางเลือกระหว่างวัน ผลักดันให้ภาพรวมตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตดีมาตลอด"
          อย่างไรก็ดี บริษัทวางแผนปีหน้าเตรียมเปิดบริการร้านโยชิโนยะ 5 สาขาใหม่ควบคู่การปรับปรุงสาขาเก่า รวมถึงปรับเมนูอาหาร ชุดยูนิฟอร์ม และภาชนะต่างๆ จากเดิมที่เป็นรูปแบบ "ร้านอาหารญี่ปุ่นจานด่วน" ให้เป็นร้านนั่งรับประทานในสไตล์ญี่ปุ่น รองรับพฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาในการรับประทานอาหาร ซึ่งจะทยอยปรับปรุงให้ได้ปีละ 3-4 สาขา จากสาขาทั้งหมด 15 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าใช้งบปรับปรุงสาขา 3.5-4 ล้านบาท
          ปีนี้บริษัทคาดมีรายได้ 200 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย เป็นผลมาจากปัจจัยลบ โดยเฉพาะภาคกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว
          ศรีภูมิ ใยเจริญ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท จูลาย ทูไฟว์ จำกัด ผู้ได้สิทธิ์ หรือมาสเตอร์แฟรนไชส์ ในการทำตลาดและขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่น "โบเตย่า" กล่าวว่า จะเร่งสร้างการรับรู้ ต่อแบรนด์โบเตย่า พร้อมวางแผนขยายสาขาปีละ 1 แห่งเป็นอย่างน้อย ตั้งเป้าหมาย ระยะยาว 10 ปี จะมีสาขาให้บริการ 15 แห่ง เป็นการลงทุนเองประมาณ 70% เน้นขยายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อีก 30% เป็นรูปแบบการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจ เน้นพื้นที่ต่างจังหวัด
          นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายสาขาร้านโบเตย่าในรูปแบบคีออส มุ่งทำเลอาคารสำนักงานต่างๆ ในย่านธุรกิจ อาทิ สุขุมวิท สาทร และสีลม รองรับความต้องการของลูกค้าในยุคชีวิตรีบเร่ง โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานบริษัท คาดเปิดให้บริการได้ปลายปีนี้ 1-2 สาขา