ฐานเศรษฐกิจ / 12 January 2017

ธุรกิจอาหารแรงข้ามปีไทย-เทศชิงเค้ก4แสนล้าน'เทรนด์ญี่ปุ่น'โตต่อเนื่อง
จากตัวเลขของบริษัท ศูนย์วิจัยกตัวเลขของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯที่ออกมาประเมินภาพรวมธุรกิจอาหารในไทยปีนี้ว่าจะมีมูลค่าทะยานสู่ตัวเลข 3.9 แสนล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อน 2-4% แบ่งเป็นร้านอาหารทั่วไป 70% หรือประมาณ 2.73 แสนล้านบาท และอีก 30% หรือ 1.17 แสนล้านบาท เป็นเชนร้านอาหาร แสดงให้เห็นว่าแม้กำลังซื้อยังชะลอตัว แต่ธุรกิจอาหารยังฝ่าฟันมาได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และปี 2559 ยังสามารถเติบโตกว่า 10% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท (ตัวเลขสิ้นปี 2559) และแนวโน้มในปีนี้ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นยังถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นยังเริ่มโหมโรงขยับขยายการลงทุนตั้งแต่ต้นปีเพื่อชิงมาร์เก็ตแชร์
          "คัทซึยะ"ทุ่ม 60 ล.รุกตลาด
          หนึ่งในนั้น นางสิริพร ธานินทร์ธราธาร ผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ ร้านอาหารญี่ปุ่น คัตสึยะ บริษัท เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) เผยว่า การแข่งขันตลาดร้านอาหารหลังจากนี้ เชื่อว่าจะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น โดยแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศจะทยอยเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และแต่ละแบรนด์จะแข่งขันโดยนำจุดเด่นที่มีมาใช้กันอย่างเต็มที่ ส่วนแบรนด์ที่มีสินค้าใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันอาจต้องงัดกลยุทธ์ด้านราคาในการแข่งขันเพื่อกระตุ้นยอดขาย
          สำหรับบริษัทมีแผนใช้งบประมาณ ลงทุนปีนี้ 60 ล้านบาท ในการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 8-10 สาขา ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จากปัจจุบันมี 12 สาขา และภายใน 3-5 ปี จะขยายเพิ่มเป็น 40 สาขา ทั้งนี้เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ยังชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่วนแผนการตลาด นับจากนี้จะวางงบประมาณการโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขายมากกว่า 40% โดยมุ่งเน้นเรื่องโซเชียลมีเดียมาร์เก็ตติ้งสูงถึง 70%  เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
          พร้อมทั้งเปิดเมนูใหม่ๆ ให้เหมาะกับคนไทย ทุก 2 เดือน รวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรทางการตลาดกับคู่ค้า (Strategic Alliance Marketing) เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ คือ กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา และวัยทำงานตอนต้น ควบคู่กับการเข้าไปรุกการจัดบริการส่งถึงบ้านในช่องทางของ CRG Delivery และจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายการบริการจัดส่งถึงบ้านครอบคลุมทุกสาขาเพิ่มเติม ในปีนี้อีกด้วย
          โออิชิส่ง"อีทเทอเรียม"ชิงแชร์
          ขณะที่ นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงดำเนินธุรกิจเชิงรุก ปรับภาพลักษณ์ให้กับร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งการขยายสาขา ในพื้นที่ใหม่ๆ จะทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ตรงจุดมากขึ้น และมองว่าธุรกิจร้านอาหารเมื่อเข้าสู่ยุค 4.0 จะสามารถสร้างการบริการ โปรโมชัน ได้เฉพาะเจาะจงหรือเข้าถึงอินไซต์ผู้บริโภคได้มากขึ้น
          อีกทั้งเมื่อปลายปีที่แล้วได้เปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่น "โออิชิ อีทเทอเรียม" (OISHI EATERIUM) ภายใต้คอนเซ็ปต์สัมผัสรสชาติที่พาคุณเดินทางสู่ญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยแนวคิด 3 ส่วนผสมที่ลงตัว คือ "EAT-EXPLORE-PREMIUM" นำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบชั้นดีโดยบรรยากาศภายในของโออิชิ อีทเทอเรียมนั้น ถูกตกแต่งและนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างตามสไตล์ "ยาไต" (Yatai) เสมือนว่า เดินอยู่บนย่านอาหารในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแบ่งออกเป็น  8 โซน ทั้งซูชิ สลัด สเต็ก ขนมหวานไปจนกาแฟและเครื่องดื่ม ฯลฯ
          นอกจากนี้ยังได้นำแอพพลิเคชัน ที่เรียกว่า "Oishi Pointo Card" โดยเป็นรูปแบบของบัตรสมาชิกแบบ E-member
          บนสมาร์ทโฟนที่มีการนำมาใช้ในการร่วมโปรโมชันต่างๆของทุกร้านอาหารในเครือโออิชิเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังมีแผนการบริการออนไลน์เข้ามาเสริมในส่วนของช่องทางการสั่งซื้อสินค้าในรูปแบบ ดีลิเวอรี หรือ Deli- very Online ในช่วงไตรมาส 1 นี้ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่
          ซานตาเฟ่จ่อเปิดร้านญี่ปุ่นสู้
          ฟากนายสุรชัย ชาญอนุเดชประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสเต็กภายใต้แบรนด์ "ซานตาเฟ่ สเต๊ก" เผยว่า ในปี 2561 บริษัทมีแผนในการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจร้านอาหารเมืองไทย โดยคาดว่าเห็นความชัดเจนในปี 2561 ขณะที่แผนงานในปีนี้บริษัท ได้เตรียมใช้งบประมาณในการลงทุนทั้งสิ้น 280 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 150 ล้านบาทในการขยายสาขา 21 แห่งอีก 130 ล้านบาทใช้ในด้านการตลาด เน้นการสื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจร
          "ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้ เติบโต 10% โดยเฉพาะร้านสเต็กเติบโต 20% ซึ่งในปีหน้า เชื่อว่าร้านสเต็กจะเติบโตเป็นอันดับ 1 แทนที่ร้านอาหารเกาหลีและญี่ปุ่น โดยวางเป้าหมายระยะยาว 3 ปีนับจากนี้ ด้วยการก้าวเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจร้านอาหารประเภทสเต็กด้วยยอดขาย 3,000 ล้านบาท"
          อย่างไรก็ตามการเติบโตในธุรกิจร้านอาหารไม่จำกัดเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์ต่างชาติทั้งใหญ่เล็ก แห่มาลงทุนในเมือง ไทยเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาพบว่ามีแบรนด์ต่างชาติทุ่มเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านราเมงดัง "นีโอ โคราคุเอ็น"  ที่ตั้งเป้าจะขยายให้ได้ 30 สาขาใน 3 ปี กลุ่มเอฟโวลูชั่น แคปปิตอล ผู้บริหารร้านโดมิโน พิซซ่า ไก่ทอดเคียวโซน คอฟฟี่ บีน แอนด์ ที ลีฟ ที่เล็งทุ่มงบ 1,500 ล้านบาทขยายสาขาให้ครบ 200 แห่ง  หรือแบรนด์ยักษ์อย่างปตท. ที่ คว้าสิทธิเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟูด ไก่ชื่อดัง "เท็กซัส ชิคเก้น" จากสหรัฐ อเมริกาเข้ามาเปิดในไทยและปูพรมขยายสาขาในเมืองหลวงเต็มพิกัด
          นอกจากนี้ยังมี บริษัท จูลาย ทูไฟว์ฯ ที่นำเข้าแบรนด์ยากิโซบะ "โบเตย่า" รวมถึงยักษ์ไทยเบฟ ที่ตั้งบริษัทน้องใหม่ ฟู้ด ออฟ เอเชีย เพื่อเข้ามาดำเนินธุรกิจกลุ่มร้านอาหาร โดยประเดิมแบรนด์แรก ด้วยการนำร้านดังจากฮ่องกง "mx cakes & bakery" เข้ามาเปิดในไทย  และกลุ่มฟู้ดแลนด์ ที่เผยโฉม Mr.Pizza แบรนด์ดังจากเกาหลี และทิม โห หวั่น ร้านติ่มซำดังจากฮ่องกง เข้ามาปูพรมในเมืองไทย
          การขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องของแบรนด์อาหารดังจากต่างชาติเหล่านี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อร้านอาหารไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด